ข้ามไปยังเนื้อหา
CarbonBiz
ระเบียบวิธี

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรคืออะไร ทำไมจึงสำคัญ

แนะนำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ตามข้อกำหนดของ อบก. ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ที่มาของแนวคิด หลักการ 5 ประการ วิธีกำหนดขอบเขต และสิ่งที่องค์กรได้รับเมื่อจัดทำอย่างถูกต้อง

โดย ทีม CarbonBizอ่าน 6 นาที
What a Corporate Carbon Footprint Is and Why It Matters

คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร หรือที่เรียกย่อว่า CFO คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่องค์กรปล่อยและดูดกลับจากการดำเนินงานของตนเองในช่วงเวลาที่กำหนด แสดงเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในประเทศไทย เอกสารอ้างอิงหลักคือ ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ของ อบก. พิมพ์ครั้งที่ 8 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 6 (กรกฎาคม 2565) บทความนี้จะพาไปดูว่าเอกสารฉบับนั้นนิยาม CFO ไว้อย่างไร มีขึ้นเพื่ออะไร และเรียกร้องอะไรจากองค์กร

ที่มาของแนวคิด

ข้อกำหนดเปิดเรื่องด้วยการวาง CFO ไว้ในบริบทระหว่างประเทศ ภาวะโลกร้อนถูกอธิบายว่าเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ ซึ่งมีสาเหตุจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง และประชาคมโลกตอบสนองด้วยอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) โดยตั้งเป้าควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส หรือความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 450 ส่วนในล้านส่วน เทียบกับช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 5) เอกสารระบุว่าเป้าหมายเช่นนี้มีแนวโน้มนำไปสู่เป้าหมายลดหรือจำกัดการปล่อยระดับประเทศ และตั้งแต่ปี ค.ศ. 2021 จึงเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบปริมาณการปล่อยในทุกระดับ โดยเฉพาะระดับองค์กร ซึ่งก็คือการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 5)

เอกสารนิยาม CFO ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่แสดงข้อมูลปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมการดำเนินงานขององค์กร ทำให้ภาคอุตสาหกรรมวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในขอบเขตการดำเนินงานของตนในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และนำผลไปกำหนดแนวทางบริหารจัดการ ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยที่แหล่งปล่อยที่มีนัยสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 5) เอกสารยังระบุว่าข้อกำหนดสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยอ้างอิง ISO 14064-1 (2018), GHG Protocol (2001, 2004) และตัวอย่างบางส่วนจาก ISO/TR 14069 (2013) ปรับให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 5)

หลักการ 5 ประการ

ทุกอย่างในข้อกำหนดตั้งอยู่บนหลักการ 5 ประการที่ระบุไว้ในข้อ 4 (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 15)

  • ความตรงประเด็น (Relevance): คัดเลือกแหล่งปล่อย แหล่งเก็บสะสม แหล่งกักเก็บ ข้อมูล และระเบียบวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
  • ความสมบูรณ์ (Completeness): รวมการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
  • ความไม่ขัดแย้งกัน (Consistency): นำข้อมูลมาเปรียบเทียบแล้วไม่ขัดแย้ง สอดคล้อง เชื่อมโยง และเทียบเคียงกันได้
  • ความถูกต้อง (Accuracy): ลดอคติและความไม่แน่นอนให้มากที่สุดเท่าที่จะปฏิบัติได้
  • ความโปร่งใส (Transparency): เปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอและเหมาะสม เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนำไปตัดสินใจได้

หลักการเหล่านี้ไม่ใช่คำขวัญ ข้อกำหนดตอนหลังใช้เป็นเกณฑ์ทดสอบจริง เช่น ข้อแนะนำเรื่องการระบุการปล่อยทางอ้อมที่มีนัยสำคัญให้องค์กรใช้หลักความตรงประเด็น ด้วยการถามว่าการปล่อยทางอ้อมรายการใดต้องถูกประเมินเพื่อตอบสนองผู้ที่จะนำข้อมูลไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน ภาครัฐ หรือองค์กรอิสระ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 81)

การกำหนดขอบเขตขององค์กร

ข้อ 5 อธิบายการออกแบบบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก คือ กำหนดขอบเขตขององค์กร กำหนดขอบเขตของการดำเนินงาน และคำนวณปริมาณการปล่อยและดูดกลับ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 16) ขอบเขตขององค์กรตัดสินว่าหน่วยผลิตใดนับเป็นของคุณ ข้อกำหนดให้เลือกได้ 2 วิธี (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 16)

  • แบบควบคุม (Control Approach): องค์กรจัดทำบัญชีการปล่อยและดูดกลับจากระบบที่ตนควบคุมการดำเนินงาน (Operational Control) หรือควบคุมทางการเงิน (Financial Control)
  • แบบแบ่งตามกรรมสิทธิ์ (Equity Share): องค์กรจัดทำบัญชีตามสัดส่วนของการร่วมทุนหรือการลงทุนในอุปกรณ์หรือหน่วยผลิตนั้น

องค์กรต้องเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง การเลือกนี้สำคัญเพราะเป็นตัวตัดสินว่าโรงงานที่ถือหุ้นร่วม คลังสินค้าที่เช่า หรือบริษัทย่อย จะปรากฏในบัญชีของคุณเต็มจำนวน บางส่วน หรือไม่ปรากฏเลย

การกำหนดขอบเขตการรายงาน

ภายในขอบเขตขององค์กร ขอบเขตการรายงานตัดสินว่าจะนับการปล่อยใดบ้าง องค์กรต้องกำหนดและจัดทำเป็นเอกสาร รวมถึงชี้บ่งแหล่งปล่อยและแหล่งดูดกลับทั้งทางตรง (ประเภทที่ 1) ทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ประเภทที่ 2) และทางอ้อมอื่น ๆ (ประเภทที่ 3) (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 16)

ประเภทที่ 1 การปล่อยและดูดกลับทางตรง แบ่งย่อยเป็นการเผาไหม้ที่อยู่กับที่ การเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ การปล่อยโดยตรงจากกระบวนการผลิต การรั่วไหลและอื่น ๆ และการปล่อยและดูดกลับโดยตรงจากชีวมวล เช่น ดินและป่าไม้ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 16) ประเภทที่ 2 ครอบคลุมไฟฟ้าที่นำเข้าจากภายนอกมาใช้ภายในองค์กร และพลังงานนำเข้าอื่น ๆ เช่น ไอน้ำ ความร้อน ความเย็น อากาศอัด (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 17) ประเภทที่ 3 คือทุกอย่างที่เหลือซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานขององค์กรแต่เกิดนอกขอบเขตการดำเนินงาน องค์กรสามารถดำเนินการตาม ISO 14064-1:2018 หรือ GHG Protocol ซึ่งแบ่งเป็น 15 หมวดหมู่ ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบและบริการ การเดินทางเพื่อธุรกิจ การเดินทางของพนักงาน ไปจนถึงแฟรนไชส์และการลงทุน (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 17)

ประเภทที่ 3 มีจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจ องค์กรต้องชี้บ่งแหล่งปล่อยประเภทที่ 3 ให้ครบถ้วน แต่รายงานเฉพาะแหล่งที่มีนัยสำคัญ และต้องจัดทำเกณฑ์ประเมินนัยสำคัญของตนเองตามภาคผนวก 12 (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 19) เกณฑ์คัดกรองที่ข้อกำหนดเสนอ ได้แก่ แหล่งนั้นสันนิษฐานว่ามีปริมาณมากหรือไม่ องค์กรตรวจติดตามและลดได้หรือไม่ ทำให้องค์กรมีความเสี่ยงหรือไม่ คู่มือเฉพาะอุตสาหกรรมถือว่ามีนัยสำคัญหรือไม่ เกิดจากการจ้างหน่วยงานภายนอกทำกิจกรรมหลักหรือไม่ และกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมลดการปล่อยได้หรือไม่ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 20) หากองค์กรเลือกที่จะไม่รายงานแหล่งใด ต้องมีเหตุผลรองรับ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 20)

สำหรับประเภทที่ 1 ข้อกำหนดระบุชัดว่าต้องคำนวณโดยแยกชนิดก๊าซ ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไนตรัสออกไซด์ ไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ ซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ และกลุ่มก๊าซอื่น เช่น HFCs และ PFCs ในหน่วยตัน (กิโลกรัม) คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยแสดงตัวเลขเป็นจำนวนเต็มตามวิธีปัดเศษที่ อบก. กำหนด (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 19)

ทำไมองค์กรจึงทำเรื่องนี้

บทนำอธิบายประโยชน์จากมุมขององค์กร คาร์บอนฟุตพริ้นท์ทำให้ธุรกิจวัดก๊าซเรือนกระจกของตนเป็นคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และใช้ผลกำหนดแนวทางบริหารจัดการ ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยที่แหล่งปล่อยที่มีนัยสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันในเวทีการค้าโลกได้ และเป็นการเตรียมพร้อมกรณีที่ภาครัฐกำหนดให้ต้องรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจก (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 5) เอกสารระบุว่ามุ่งให้ประโยชน์แก่องค์กรภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ ผู้ที่ต้องการยื่นขอใช้เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อสร้างความชัดเจนและไม่ขัดแย้งกันในการคำนวณ ติดตามตรวจสอบ รายงาน และทวนสอบ ให้บัญชีรายการก๊าซเรือนกระจกน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับทั่วกัน (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 5)

ยังมีเหตุผลอีกข้อที่เห็นชัดจากข้อ 10 องค์กรอาจตัดสินใจให้มีการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของตน และการทวนสอบมีขึ้นเพื่อตรวจสอบว่าผลการปล่อยและดูดกลับที่รายงานถูกต้องตามหลักการ 5 ประการ คือ ความตรงประเด็น ความสมบูรณ์ ความไม่ขัดแย้งกัน ความถูกต้อง และความโปร่งใส (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 34) กล่าวอีกอย่างคือ ฟุตพริ้นท์ที่ทำตามข้อกำหนดคือฟุตพริ้นท์ที่บุคคลภายนอกตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เปลี่ยนตัวเลขภายในให้เป็นคำกล่าวอ้างที่ผู้อื่นพึ่งพาได้

ความหมายในทางปฏิบัติ

หากคุณกำลังเริ่มจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โครงสร้างของเอกสารคือรายการตรวจที่ใช้ได้จริง ตัดสินใจเรื่องขอบเขตขององค์กรและบันทึกเหตุผล จัดแหล่งปล่อยของทุกหน่วยผลิตเข้าประเภทที่ 1, 2 และ 3 และเขียนเกณฑ์นัยสำคัญที่ใช้กับประเภทที่ 3 คำนวณแยกรายก๊าซ แปลงด้วยค่า GWP และเก็บหลักฐาน จากนั้นอ่านหลักการ 5 ประการอีกครั้งแล้วถามว่ากลุ่มเป้าหมายจะตามสิ่งที่คุณทำได้หรือไม่ นั่นคือมาตรฐานที่ผู้ทวนสอบจะใช้

CarbonBiz ออกแบบตามโครงสร้างนี้ กิจกรรมถูกบันทึกแยกตาม scope พร้อมสัดส่วนก๊าซ 7 ชนิด ให้คะแนนนัยสำคัญได้ต่อกิจกรรม และแบบฟอร์มของ อบก. สร้างจากบันทึกชุดเดียวกัน บัญชีกับรายงานจึงไม่คลาดเคลื่อนจากกัน

แหล่งอ้างอิง

  1. 1.ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร · องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) · พิมพ์ครั้งที่ 8 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 6 กรกฎาคม 2565 · 5, 15, 16, 17, 19, 20, 34, 81
  2. 2.ISO 14064-1:2018 ก๊าซเรือนกระจก ส่วนที่ 1 ข้อกำหนดและแนวทางระดับองค์กรสำหรับการคำนวณและรายงานการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก · International Organization for Standardization · 2018
Data Quality and Uncertainty in a GHG Inventoryระเบียบวิธี

คุณภาพข้อมูลและความไม่แน่นอนในบัญชีก๊าซเรือนกระจก

ตัวเลขการปล่อยทุกตัวคือค่าประมาณ ข้อกำหนดของ อบก. นิยามความไม่แน่นอน บังคับให้ประเมิน อธิบายว่ามันเข้ามาทางชนิดข้อมูลและระดับการตรวจวัดอย่างไร ระบุมาตรการควบคุมที่ลดมันได้ และให้ตัวอย่างการให้คะแนน บทความนี้ไล่ตามเส้นนั้นตั้งแต่นิยามจนถึงรายงาน

โดย ทีม CarbonBizอ่าน 7 นาที
Choosing a Base Year and Knowing When to Recalculate Itระเบียบวิธี

การเลือกปีฐาน และเมื่อใดที่ต้องคำนวณปีฐานใหม่

ข้อกำหนดของ อบก. ว่าด้วยปีฐาน นิยามคืออะไร เงื่อนไข 4 ข้อในการกำหนด เหตุการณ์ 3 แบบที่บังคับให้คำนวณใหม่ กับ 2 แบบที่ไม่ต้อง เป้าหมายและรายงานต้องอ้างถึงปีฐานอย่างไร และกติกาค่าเฉลี่ยหลายปีสำหรับภาคเกษตร

โดย ทีม CarbonBizอ่าน 5 นาที
How to Decide Which Scope 3 Emissions Are Significantระเบียบวิธี

วิธีตัดสินว่าการปล่อยทางอ้อม (Scope 3) รายการใดมีนัยสำคัญ

ข้อกำหนดของ อบก. ให้ระบุแหล่งปล่อยประเภทที่ 3 ให้ครบ แต่รายงานเฉพาะที่มีนัยสำคัญ บทความนี้เดินตามกระบวนการที่เป็นเอกสารในข้อ 5.2.5 และภาคผนวก 12 ระบุเป้าหมายการใช้งาน กำหนดเกณฑ์ คัดกรองก่อนคำนวณ ตัดสิน และเขียนเหตุผล

โดย ทีม CarbonBizอ่าน 6 นาที