คุณภาพข้อมูลและความไม่แน่นอนในบัญชีก๊าซเรือนกระจก
ตัวเลขการปล่อยทุกตัวคือค่าประมาณ ข้อกำหนดของ อบก. นิยามความไม่แน่นอน บังคับให้ประเมิน อธิบายว่ามันเข้ามาทางชนิดข้อมูลและระดับการตรวจวัดอย่างไร ระบุมาตรการควบคุมที่ลดมันได้ และให้ตัวอย่างการให้คะแนน บทความนี้ไล่ตามเส้นนั้นตั้งแต่นิยามจนถึงรายงาน

ตัวเลขทุกตัวในคาร์บอนฟุตพริ้นท์คือค่าประมาณ เชื้อเพลิงวัดด้วยมิเตอร์ที่คลาดเคลื่อนได้ ไฟฟ้าวัดด้วยใบเสร็จที่มาช้า และทั้งคู่ถูกคูณด้วยค่าการปล่อยที่เป็นค่าเฉลี่ยจากข้อมูลของคนอื่นอีกที ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ของ อบก. (2565) ยอมรับความจริงข้อนี้ แต่ไม่ยอมรับการเงียบเกี่ยวกับมัน ข้อ 8 บังคับให้องค์กรประเมินความไม่แน่นอน ภาคผนวก 7 อธิบายว่าความไม่แน่นอนเข้ามาทางไหนและจะคุมให้เล็กได้อย่างไร และภาคผนวก 11 ให้ตัวอย่างการให้คะแนน บทความนี้ไล่ตามเส้นนั้นตั้งแต่นิยามจนถึงรายงาน
ข้อกำหนดหมายถึงอะไรเมื่อพูดถึงความไม่แน่นอน
ส่วนนิยามอธิบายความไม่แน่นอนว่าเป็นพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับผลการคำนวณเชิงปริมาณ ซึ่งอธิบายถึงการกระจายตัวเชิงปริมาณของค่า และแนวโน้มสาเหตุการกระจายตัวเชิงคุณภาพที่ส่งผลต่อค่าที่คำนวณได้ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 12) ข้อ 8.3 แปลงนิยามนั้นเป็นหน้าที่ องค์กรต้องประเมินความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการคำนวณ ได้แก่ ข้อมูลและแบบจำลองที่ใช้ และประเมินความไม่แน่นอนของบัญชีรายการ เมื่อประมาณการเชิงปริมาณไม่ได้หรือไม่คุ้มค่าด้านต้นทุน ต้องอธิบายเหตุผลและประเมินเชิงคุณภาพแทน โดยอาจนำระเบียบวิธีในภาคผนวก 11 มาใช้ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 29)
ภาคผนวก 7 เพิ่มโครงสร้างให้ องค์กรควรกำหนดเกณฑ์ความไม่แน่นอนเฉพาะสำหรับปริมาณการปล่อยขั้นสุดท้าย ประเมินความไม่แน่นอนที่ระดับประเภทของการปล่อย และรู้จักแหล่งของความไม่แน่นอน 3 แบบ คือ จากค่าพารามิเตอร์ เช่น ค่าการปล่อยและข้อมูลกิจกรรม จากเงื่อนไขสถานการณ์ เช่น ช่วงการใช้งานหรือช่วงหมดอายุ และจากแบบจำลอง (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 74)
ความไม่แน่นอนเข้ามาทางไหน: ชนิดข้อมูลและระดับการตรวจวัด
ภาคผนวก 7 ระบุชนิดของข้อมูลที่ระเบียบวิธีการหาปริมาณใช้ ได้แก่ ข้อมูลกิจกรรม เช่น มวล ปริมาณ พลังงาน หรือมูลค่าทางการเงิน ค่าความร้อน ค่าการปล่อยต่อหน่วยกิจกรรม ข้อมูลองค์ประกอบ เช่น องค์ประกอบคาร์บอน ค่าแฟกเตอร์ออกซิเดชัน ค่าแฟกเตอร์แปลงหน่วย อัตราการปล่อยต่อคาบเวลา และมูลค่าทางการเงินของผลิตภัณฑ์ วัสดุ หรือบริการ ข้อมูลเป็นปฐมภูมิหรือทุติยภูมิขึ้นอยู่กับว่าใครเก็บจากต้นกำเนิด และเป็นข้อมูลเฉพาะแหล่งหรือไม่เฉพาะแหล่งขึ้นอยู่กับว่าเก็บจากแหล่งปล่อยหรือดูดกลับต้นกำเนิดหรือไม่ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 67)
การเลือกระหว่างชนิดข้อมูลเหล่านั้นคือสิ่งที่เอกสารเรียกว่าระดับความถูกต้องของข้อมูล หรือ tier และกรอบข้อความที่ 1 ทำให้ช่วงของมันเป็นรูปธรรมด้วยตัวอย่างการเผาไหม้เชื้อเพลิง ระดับแบบง่ายเก็บปริมาณเชื้อเพลิงรายปีจากใบเสร็จค่าใช้จ่าย แล้วคูณด้วยค่าการปล่อยที่กำหนดตาม IPCC โดยไม่พิจารณาคาร์บอนที่ไม่เกิดการเผาไหม้หรือก๊าซชนิดอื่น เช่น มีเทน ระดับแบบซับซ้อนตรวจติดตามการไหลของก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่องด้วยอุปกรณ์วัดอุณหภูมิและความดัน มีความไม่แน่นอนของข้อมูลโดยรวมน้อยกว่าร้อยละ 1.5 หาค่าการปล่อยด้วย gas chromatograph ที่เก็บตัวอย่าง 4 ถึง 8 ตัวอย่างต่อชั่วโมงตาม ISO 10715 สอบเทียบตัวเองรายวันและตรวจสอบการสอบเทียบรายเดือนด้วยก๊าซมาตรฐานที่ได้รับการรับรองตาม ISO 17025 และตรวจสอบความใช้ได้ประจำปีตาม ISO 10723 โดยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO 17025 (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 68) องค์กรน้อยรายที่ต้องใช้ระดับซับซ้อน ประเด็นของตัวอย่างคือระดับที่เลือกเป็นตัวกำหนดความไม่แน่นอน และการเลือกนั้นต้องจัดทำเป็นเอกสาร
มาตรการควบคุมที่กดความไม่แน่นอนให้ต่ำ
จัดทำเอกสารเส้นทางการไหลของข้อมูล
องค์กรควรจัดทำและรักษาขั้นตอนดำเนินงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับการถ่ายโอนข้อมูล ครอบคลุม 5 สาระสำคัญ คือ การชี้บ่งแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ การถ่ายโอนของข้อมูลแต่ละขั้นจากข้อมูลปฐมภูมิไปจนถึงการปล่อยรายปี ที่แสดงลำดับขั้นและปฏิสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรม การดำเนินขั้นตอนเฉพาะในแต่ละขั้น ได้แก่ สูตรและข้อมูลที่ใช้ กระบวนการประมวลผลและระบบจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการป้อนข้อมูลโดยผู้ปฏิบัติงาน และวิธีบันทึกผลผลิตของแต่ละขั้น (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 69-70) ข้อผิดพลาดในบัญชีส่วนใหญ่เกิดระหว่างระบบ ไม่ใช่ภายในระบบ และแผนผังนี้คือจุดแรกที่ผู้ทวนสอบจะดู
การสุ่มตัวอย่าง ห้องปฏิบัติการ และการสอบเทียบ
เมื่อข้อมูลเฉพาะแหล่งมาจากการวิเคราะห์ การสุ่มตัวอย่างและการวิเคราะห์ควรใช้วิธีที่อยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานสากลหรือมาตรฐานระดับประเทศ และควรใช้ผลเฉพาะกับชุดเชื้อเพลิงหรือวัสดุที่ตัวอย่างนั้นเป็นตัวแทน ตัวอย่างที่ให้คือโรงงานปูนซีเมนต์ที่เก็บตัวอย่างหินปูนในเดือนที่กำหนด วิเคราะห์องค์ประกอบแคลเซียมออกไซด์ และใช้ค่าเฉลี่ยของผลวิเคราะห์คำนวณการปล่อยจากปฏิกิริยาแคลซิเนชันของเดือนนั้น (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 70) แผนการสุ่มตัวอย่างที่เป็นลายลักษณ์อักษรควรระบุความรับผิดชอบ ตำแหน่งที่ตั้ง ความถี่และปริมาณ วิธีจัดเก็บและขนส่งตัวอย่าง และควรปรับแผนหากพบว่าวัสดุไม่เป็นเนื้อเดียวกัน (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 71) ห้องปฏิบัติการควรใช้วิธีวิเคราะห์ที่ถูกต้องและได้รับการรับรองระบบงาน หรือมิเช่นนั้นต้องแสดงได้ว่ามีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเครื่องมือวัดควรได้รับการสอบเทียบอย่างน้อยตามความถี่ขั้นต่ำที่ผู้ผลิตกำหนด เพื่อให้ผลอยู่ในช่วงความไม่แน่นอนที่ยอมรับได้ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 71)
ข้อมูลที่ขาดหาย และข้อมูลแบบไม่เฉพาะแหล่ง
ข้อมูลที่หายไปควรเติมด้วยระเบียบวิธีประมาณค่าที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าตัวแทนตามหลักอนุรักษ์นิยมในช่วงเวลาหรือพารามิเตอร์ที่หาย และแนวปฏิบัติที่ดีคือมีระเบียบวิธีประมาณค่าที่เป็นลายลักษณ์อักษร (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 71) เมื่อไม่ได้เก็บข้อมูลเฉพาะแหล่ง หรือสำหรับกระบวนการที่มีความสำคัญรองลงมา องค์กรอาจใช้ข้อมูลปฐมภูมิที่คิดจากค่าเฉลี่ยของโลกหรือภูมิภาคซึ่งเก็บโดยองค์กรสากลหรือระดับภูมิภาคและผ่านการทวนสอบโดยหน่วยงานอิสระ หรือข้อมูลทุติยภูมิ เช่น ค่าการปล่อยโดยปริยายจากวรรณกรรม และในทุกกรณีควรบันทึกค่าตัวเลขและแหล่งที่มาของแฟกเตอร์ทุกตัวที่ใช้ ทั้งค่าการปล่อย ค่าแฟกเตอร์ออกซิเดชัน และค่า GWP พร้อมเหตุผลที่เลือกใช้ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 72)
การจัดการสารสนเทศในฐานะระบบคุณภาพ
ข้อ 8.1 กำหนดให้มีระเบียบปฏิบัติการจัดการสารสนเทศก๊าซเรือนกระจกที่เป็นเอกสาร เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมินและการนำบัญชีไปใช้งาน จัดให้มีการตรวจสอบเป็นประจำว่าข้อมูลแม่นยำและครบถ้วน ระบุข้อผิดพลาดและสิ่งที่ถูกละเว้น และบันทึกการจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 27) ขั้นตอนที่จัดทำเป็นเอกสารต้องครอบคลุมอำนาจหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง การฝึกอบรม การทบทวนขอบเขตและแหล่งปล่อยหรือดูดกลับ การคัดเลือกและทบทวนวิธีคำนวณและข้อมูล ความสอดคล้องในทุกหน่วยธุรกิจ การใช้ บำรุงรักษา และสอบเทียบเครื่องมือวัด ระบบจัดเก็บข้อมูลที่เที่ยงตรง การตรวจสอบความแม่นยำตามปกติ การตรวจประเมินภายในและทบทวนทางเทคนิคตามช่วงเวลา และการทบทวนโอกาสในการปรับปรุง (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 28)
ภาคผนวก 7 ระบุบันทึกที่แนวปฏิบัติที่ดีจัดเก็บไว้ ได้แก่ ข้อมูลกิจกรรม รายการค่าโดยปริยายทั้งหมดที่ใช้ ผลการสุ่มตัวอย่างและวิเคราะห์ครบชุด เอกสารการเปลี่ยนแปลงแนวทางที่สำคัญ ผลการสอบเทียบและซ่อมบำรุงเครื่องมือ เหตุผลของการเลือกแนวทาง การประเมินความไม่แน่นอนพร้อมข้อมูลที่ใช้ คำอธิบายทางเทคนิคของระบบตรวจวัดแบบต่อเนื่อง และข้อมูลดิบ สมุดบันทึก ข้อมูลการหยุดทำงาน และบันทึกงานบริการของระบบนั้น หากกฎหมายกำหนดให้ต้องรายงาน แนวปฏิบัติโดยปกติจะเก็บสารสนเทศเหล่านี้ไว้ 10 ปี (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 71-72)
การให้คะแนนคุณภาพข้อมูล: ตัวอย่างในภาคผนวก 11
ภาคผนวก 11 แสดงวิธีหนึ่งที่ทำให้การประเมินเป็นเชิงปริมาณ บริษัท A มีแหล่งปล่อย 3 รายการ คือ น้ำมันเตาที่เก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องและใช้ค่าจากผู้จำหน่าย ไฟฟ้าจากใบเสร็จและใช้ค่าจากฐานข้อมูลไทย และน้ำมันเบนซินจากการเดินทางของพนักงานที่ประมาณค่าและใช้ค่าจาก IPCC ลักษณะการเก็บข้อมูลให้ 6 คะแนนสำหรับการเก็บต่อเนื่องด้วยระบบอัตโนมัติ 3 คะแนนสำหรับมิเตอร์และใบเสร็จ และ 1 คะแนนสำหรับการประมาณค่า ส่วนค่าการปล่อยให้ 4 คะแนนสำหรับค่าจากการวัด 3 คะแนนสำหรับค่าจากผู้ผลิตหรือระดับประเทศ 2 คะแนนสำหรับระดับภูมิภาค และ 1 คะแนนสำหรับระดับสากล คะแนนสองด้านนำมาคูณกันแล้วจัดระดับ 1 ถึง 6 คือความไม่แน่นอนสูง คุณภาพไม่ดี 7 ถึง 12 ความไม่แน่นอนเล็กน้อย คุณภาพปานกลาง 13 ถึง 18 ความไม่แน่นอนต่ำ คุณภาพดี และ 19 ถึง 24 ความไม่แน่นอนต่ำ คุณภาพดีเยี่ยม (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 79)
ผลของตัวอย่างน่าสนใจ น้ำมันเตาได้ 6 คูณ 3 เท่ากับ 18 อยู่ระดับ 3 ไฟฟ้าได้ 3 คูณ 2 เท่ากับ 6 และน้ำมันเบนซินได้ 1 คูณ 1 เท่ากับ 1 ทั้งสองอยู่ระดับ 1 เอกสารระบุว่าองค์กรนำระดับเหล่านี้ไปใช้วางแผนการจัดการความไม่แน่นอนสำหรับการประเมินครั้งต่อไปได้ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 80) บทเรียนคือค่าไฟฟ้า ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ถือว่าเป็นตัวเลขที่เชื่อถือได้ที่สุด กลับอยู่ระดับต่ำสุดในตัวอย่างเพราะค่าการปล่อยที่จับคู่กับมัน การปรับปรุงที่เร็วที่สุดจึงมักอยู่ที่ค่าการปล่อย ไม่ใช่ที่มิเตอร์
รายงานต้องมีอะไร
ข้อมูลที่จำเป็นของรายงานก๊าซเรือนกระจกรวมถึงคำอธิบายผลกระทบของความไม่แน่นอนต่อความถูกต้องของการปล่อยและดูดกลับแยกตามประเภทแหล่งปล่อย และคำอธิบายกับผลการประเมินความไม่แน่นอนของข้อมูล (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 32) โครงสร้างรายงานที่เสนอแนะในภาคผนวก 15 ให้เรื่องนี้มีหัวข้อของตัวเองในข้อ 3.5 การจัดการความไม่แน่นอน ได้แก่ การประเมินและอธิบายความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น และแนวทางการจัดการที่อาจเกิดในขั้นตอนเก็บข้อมูล วิธีคำนวณ การตั้งสมมติฐาน และค่าการปล่อยที่เลือกใช้ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 88)
CarbonBiz ช่วยเรื่องนี้อย่างไร
สองแกนของคะแนนตามภาคผนวก 11 ตรงกับฟิลด์ที่แอปเก็บอยู่แล้ว แต่ละกิจกรรมติดป้ายว่าวัดจริง คำนวณ หรือประมาณ และระบุวิธีคำนวณ ซึ่งคือแกนลักษณะการเก็บข้อมูล ค่าการปล่อยแต่ละตัวมีแหล่งที่มา เวอร์ชันมาตรฐาน และเวอร์ชัน GWP และค่า Tier 2 กับ Tier 3 ที่กำหนดเองต้องระบุเหตุผลกับ URL แหล่งที่มา ซึ่งคือแกนค่าการปล่อย และเป็นบันทึกที่ภาคผนวก 7 ต้องการเมื่อใช้ข้อมูลแบบไม่เฉพาะแหล่ง โมดูลแหล่งปล่อยพิเศษเก็บค่าที่กรอกดิบของแต่ละการคำนวณเพื่อให้คำนวณซ้ำได้ และการแก้ไขถูกบันทึกลงบันทึกตรวจสอบพร้อมค่าก่อนและหลัง ส่วนการประเมินความไม่แน่นอนเอง และคำอธิบายที่รายงานต้องการ ยังเป็นงานขององค์กร
แหล่งอ้างอิง
- 1.ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร · องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) · พิมพ์ครั้งที่ 8 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 6 กรกฎาคม 2565 · 12, 27, 28, 29, 32, 67, 68, 69, 70, 71, 72, 74, 79, 80, 88
- 2.ISO 14064-1:2018 Greenhouse gases, Part 1 · International Organization for Standardization · 2018
ที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบวิธีการเลือกปีฐาน และเมื่อใดที่ต้องคำนวณปีฐานใหม่
ข้อกำหนดของ อบก. ว่าด้วยปีฐาน นิยามคืออะไร เงื่อนไข 4 ข้อในการกำหนด เหตุการณ์ 3 แบบที่บังคับให้คำนวณใหม่ กับ 2 แบบที่ไม่ต้อง เป้าหมายและรายงานต้องอ้างถึงปีฐานอย่างไร และกติกาค่าเฉลี่ยหลายปีสำหรับภาคเกษตร
ระเบียบวิธีวิธีตัดสินว่าการปล่อยทางอ้อม (Scope 3) รายการใดมีนัยสำคัญ
ข้อกำหนดของ อบก. ให้ระบุแหล่งปล่อยประเภทที่ 3 ให้ครบ แต่รายงานเฉพาะที่มีนัยสำคัญ บทความนี้เดินตามกระบวนการที่เป็นเอกสารในข้อ 5.2.5 และภาคผนวก 12 ระบุเป้าหมายการใช้งาน กำหนดเกณฑ์ คัดกรองก่อนคำนวณ ตัดสิน และเขียนเหตุผล
ระเบียบวิธีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรคืออะไร ทำไมจึงสำคัญ
แนะนำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ตามข้อกำหนดของ อบก. ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ที่มาของแนวคิด หลักการ 5 ประการ วิธีกำหนดขอบเขต และสิ่งที่องค์กรได้รับเมื่อจัดทำอย่างถูกต้อง