วิธีตัดสินว่าการปล่อยทางอ้อม (Scope 3) รายการใดมีนัยสำคัญ
ข้อกำหนดของ อบก. ให้ระบุแหล่งปล่อยประเภทที่ 3 ให้ครบ แต่รายงานเฉพาะที่มีนัยสำคัญ บทความนี้เดินตามกระบวนการที่เป็นเอกสารในข้อ 5.2.5 และภาคผนวก 12 ระบุเป้าหมายการใช้งาน กำหนดเกณฑ์ คัดกรองก่อนคำนวณ ตัดสิน และเขียนเหตุผล

ประเภทที่ 3 ของคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรในประเทศไทย คือการปล่อยทางอ้อมอื่น ๆ ที่ GHG Protocol เรียกว่า Scope 3 อาจกินความถึง 15 หมวดหมู่ ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร ของ อบก. (2565) ไม่ได้ขอให้องค์กรคำนวณทั้งหมดนั้น แต่ขอสิ่งที่ปลอมได้ยากกว่า คือกระบวนการที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับตัดสินว่าการปล่อยรายการใดมีนัยสำคัญ และเหตุผลสำหรับทุกแหล่งที่ตัดออก บทความนี้เดินตามกระบวนการนั้นทีละขั้น โดยใช้กติกาในข้อ 5.2.5 และข้อแนะนำในภาคผนวก 12
กติกา: ระบุให้ครบ รายงานเฉพาะที่มีนัยสำคัญ
ข้อกำหนดอธิบายการปล่อยทางอ้อมอื่น ๆ ว่าเป็นการปล่อยนอกขอบเขตการดำเนินงานขององค์กรแต่เป็นผลจากกิจกรรมขององค์กร ซึ่งองค์กรสามารถดำเนินการตาม ISO 14064-1:2018 หรือ GHG Protocol โดยแบ่งเป็น 15 หมวดหมู่ ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบและบริการ สินค้าประเภททุน ไปจนถึงการเดินทางเพื่อธุรกิจ การเดินทางของพนักงาน การใช้งานและการกำจัดซากผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย แฟรนไชส์ และการลงทุน (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 17-19) องค์กรจะต้องชี้บ่งแหล่งปล่อยในประเภทที่ 3 ให้ครบถ้วน รายงานเฉพาะแหล่งที่มีนัยสำคัญ และจัดทำเกณฑ์การประเมินความมีนัยสำคัญโดยพิจารณาตามภาคผนวกที่ 12 (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 19) ส่วนนิยามเสริมว่าการปล่อยทางอ้อมที่มีนัยสำคัญคือการคำนวณและรายงานที่สอดคล้องตามเกณฑ์การประเมินระดับนัยสำคัญที่กำหนดโดยองค์กรเอง (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 12) ดุลยพินิจเป็นขององค์กร แต่ต้องเขียนไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 5.2.5 แปลงเรื่องนี้เป็นหน้าที่ 4 ข้อ องค์กรต้องมีกระบวนการชี้บ่งแหล่งปล่อยประเภทที่ 3 ที่จะนำมารวมในบัญชี กระบวนการนั้นต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องระบุเกณฑ์ประเมินนัยสำคัญที่ใช้ โดยคำนึงถึงการนำบัญชีไปใช้งาน และหากองค์กรเลือกที่จะไม่รายงานแหล่งใด ต้องมีเหตุผลรองรับ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 20)
ขั้นที่ 1 ระบุเป้าหมายการใช้งาน
ภาคผนวก 12 เริ่มจากเป้าหมายการใช้งาน เพราะนัยสำคัญขึ้นอยู่กับว่าใครจะอ่านบัญชี เป้าหมายที่ระบุไว้ ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลตามกฎระเบียบหรือโดยสมัครใจภายใต้โครงการต่าง ๆ ข้อตกลงสาธารณะ ระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อย ระบบติดตามสมรรถนะและความก้าวหน้าในการลดการปล่อยหรือเพิ่มการดูดกลับ โครงการลดก๊าซเรือนกระจก รายงานประจำปีขององค์กร ข้อมูลให้นักลงทุน การระบุความเสี่ยงหรือโอกาสที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอน และรายงานการสอบทานทางธุรกิจ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 81) บัญชีที่ทำเพื่อตอบแบบสอบถามนักลงทุน กับบัญชีที่ทำเพื่อโครงการพลังงานภายใน อาจขีดเส้นคนละที่ได้อย่างสมเหตุสมผล ตราบใดที่แต่ละฉบับบอกว่าขีดตรงไหนและเพราะอะไร
ขั้นที่ 2 กำหนดเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายนั้น
ภาคผนวก 12.3.1 ให้องค์กรแปลงหลักการประเมิน 5 ข้อเป็นคำถาม ความตรงประเด็น: การปล่อยทางอ้อมรายการใดต้องถูกประเมินเพื่อตอบสนองผู้ใช้ข้อมูล เช่น ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน ภาครัฐ องค์กรอิสระ โดยพิจารณาแยกรายกิจกรรมหรือหลายกิจกรรมร่วมกัน ความครบถ้วนสมบูรณ์: รายการใดต้องรวมอยู่ในบัญชีเพื่อให้ครอบคลุมแหล่งที่พิจารณาแล้วว่าตรงประเด็นทั้งหมด ความไม่ขัดแย้งกัน: การรวมรายการเหล่านั้นจำเป็นหรือไม่สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการเปรียบเทียบอย่างมีความหมาย ความถูกต้อง: จำเป็นหรือไม่ต่อการทำให้ผลรวมปราศจากความไม่แน่นอนอย่างสมเหตุสมผล ความโปร่งใส: การยกเว้นโดยไม่เปิดเผยและไม่ให้เหตุผล ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจด้วยความเชื่อมั่นไม่ได้หรือไม่ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 81-82)
จากนั้นภาคผนวก 12.3.2 ระบุเกณฑ์ที่การประเมินอาจใช้ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 82-83)
- ขนาด: กิจกรรมที่ถูกสันนิษฐานว่ามีปริมาณการปล่อยหรือดูดกลับมากอย่างมีนัยสำคัญ
- ระดับของแรงจูงใจ: กิจกรรมที่องค์กรตรวจติดตามและลดได้ เช่น กิจกรรมที่เกี่ยวกับการประเมินประสิทธิภาพพลังงาน การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ ข้อตกลงกับลูกค้า หรือขอบเขตงานจากผู้ว่าจ้าง
- ความเสี่ยงหรือโอกาส: กิจกรรมที่ทำให้องค์กรได้รับความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับสภาพภูมิอากาศ (การเงิน กฎระเบียบ ห่วงโซ่อุปทาน สินค้าและลูกค้า การดำเนินคดี ชื่อเสียง) หรือได้รับโอกาส เช่น ช่องทางตลาดใหม่ รูปแบบธุรกิจใหม่
- ข้อแนะนำเฉพาะอุตสาหกรรม: กิจกรรมที่ถูกถือว่ามีนัยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมนั้นตามคู่มือหรือแนวทางเฉพาะ
- การจัดจ้างภายนอก: การปล่อยจากบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ถูกจ้างมาดำเนินกิจกรรมหลักของธุรกิจ
- การมีส่วนร่วมของพนักงาน: การปล่อยที่การลดสามารถกระตุ้นพนักงานได้ เช่น การสร้างแรงจูงใจในการอนุรักษ์พลังงาน การใช้รถร่วมกัน การประเมินราคาคาร์บอนภายในองค์กร
เกณฑ์ทั้ง 6 ข้อปรากฏในเนื้อหาของข้อ 5.2.5 ด้วยในฐานะหลักเกณฑ์ที่องค์กรใช้คัดกรองและจัดลำดับความสำคัญของแหล่งปล่อยทางอ้อมอื่น ๆ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 20) ภาคผนวกจึงไม่ใช่ส่วนเสริมที่เลือกอ่านได้ แต่คือรายการเดียวกันที่อธิบายละเอียดขึ้น
ขั้นที่ 3 คัดกรองก่อนคำนวณ
ภาคผนวก 12.4 ให้ชี้บ่งและประเมินกิจกรรมการปล่อยทางอ้อมในแต่ละหมวดหมู่ด้วยขั้นตอนคัดกรองที่ยังไม่ต้องคำนวณโดยละเอียด โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น ผู้เชี่ยวชาญภายใน ผู้เชี่ยวชาญภายนอก แนวทางการประเมินแยกรายสาขา การทบทวนวรรณกรรม หรือฐานข้อมูลภายนอก และหมายเหตุว่าขนาดของปริมาณการปล่อยเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาในขั้นคัดกรอง องค์กรอาจจัดทำแผนภาพห่วงโซ่คุณค่าที่แสดงลำดับกิจกรรม เพื่อระบุการปล่อยทางอ้อมในหมวดหมู่ตามข้อ 5.2.4 และหมวดหมู่ย่อยตามภาคผนวก 3 (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 83) นี่คือขั้นที่องค์กรส่วนใหญ่ข้าม และเป็นขั้นที่ประหยัดงานได้มากที่สุด การประมาณลำดับขนาดคร่าว ๆ ของแต่ละหมวดบอกได้ว่าตรงไหนที่การคำนวณเต็มรูปแบบคุ้มค่า
ขั้นที่ 4 ใช้เกณฑ์ตัดสินและบันทึกเหตุผล
ภาคผนวก 12.5 ตั้งข้อสังเกตว่าในกรณีส่วนใหญ่ เกณฑ์ให้คำตอบชัดเจนว่าแต่ละรายการมีนัยสำคัญหรือไม่ แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อเกณฑ์เป็นเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ องค์กรควรวิเคราะห์เกณฑ์ที่ใช้ในเชิงลึก ตัวอย่างที่ให้คือแหล่งปล่อยทางอ้อม เช่น สินค้าที่องค์กรนำมาใช้ ซึ่งประเมินว่ามีค่าประมาณร้อยละ 10 ของผลรวมการปล่อยทางอ้อมทั้งหมดขององค์กร แต่การได้มาซึ่งข้อมูลอาจมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ขณะที่ความถูกต้องของการประเมินอาจต่ำมาก องค์กรควรหาจุดสมดุลระหว่างขนาดของปริมาณการปล่อยกับความถูกต้องและค่าใช้จ่ายในการได้มาซึ่งข้อมูล พร้อมนำเกณฑ์อื่นเข้ามาพิจารณาร่วม เช่น ความเสี่ยงและโอกาส ความต้องการของผู้ใช้ข้อมูล และไม่ว่าจะตัดสินอย่างไร ควรชี้แจงเหตุผลว่าทำไมการปล่อยรายการนั้นมีหรือไม่มีนัยสำคัญ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 83)
นัยสำคัญใช้ภายในหมวดหมู่เดียวกันด้วย
คำอธิบายหมวดหมู่ในภาคผนวก 3 ใช้ตรรกะเดียวกันในระดับที่ละเอียดกว่า สำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจ ข้อกำหนดระบุว่าอาจนับรวมการพักค้างคืนในโรงแรมเมื่อเชื่อมโยงกับการเดินทาง เช่น การพักค้างแรมเพื่อรอต่อเที่ยวบินหรือเข้าร่วมประชุม และควรนับรวมการปล่อยทางอ้อมที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางหากมีข้อมูลในการหาปริมาณและมีนัยสำคัญ (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 46)
สิ่งที่ต้องอยู่ในรายงาน
ข้อมูลที่จำเป็นของรายงานก๊าซเรือนกระจกรวมถึงเอกสารสนับสนุนขอบเขตการรายงาน รวมถึงเกณฑ์ที่องค์กรจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดการปล่อยที่มีนัยสำคัญ คำอธิบายเกี่ยวกับการแยกรายงานแหล่งปล่อยที่มีนัยสำคัญจากการหาปริมาณ (5.2.5) และการปล่อยทางอ้อมที่หาปริมาณแล้วโดยแยกประเภทในหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 31) โครงสร้างรายงานที่เสนอแนะในภาคผนวก 15 ยังเปิดที่ในส่วนข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการปล่อยทางอ้อมอื่น ๆ ในประเภทที่ 3 นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในแนวทางการประเมิน (ข้อกำหนดฯ อบก. 2565 หน้า 88) กล่าวอีกอย่างคือ เกณฑ์และรายการที่ยกเว้นเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน ไม่ใช่บันทึกภายใน
CarbonBiz ช่วยเรื่องนี้อย่างไร
แอปมีฟอร์มกรอกและการค้นค่าการปล่อยสำหรับ Scope 3 ครบ 15 หมวด หมวดที่ตัดสินแล้วว่ามีนัยสำคัญจึงคำนวณได้อย่างถูกวิธี แต่ละรายการกิจกรรมมีคะแนนนัยสำคัญที่ชี้ว่ากิจกรรมใดมีผลต่อการประเมินนัยสำคัญของ Scope 3 มากที่สุด ฟีเจอร์ข้อมูลจากซัพพลายเออร์ติดตามว่าแต่ละหมวดตั้งแต่ 1 ถึง 15 มีซัพพลายเออร์เข้ามามีส่วนร่วมครอบคลุมเพียงใด และค่าที่ซัพพลายเออร์วัดจริงบันทึกเป็นค่าการปล่อย Tier 3 พร้อมเหตุผลและ URL แหล่งที่มาได้ ส่วนกระบวนการที่เป็นลายลักษณ์อักษร เกณฑ์ และเหตุผลของการยกเว้นแต่ละรายการยังคงเป็นสิ่งที่องค์กรต้องเขียนเอง แอปเก็บข้อมูลที่สิ่งเหล่านั้นตั้งอยู่
แหล่งอ้างอิง
- 1.ข้อกำหนดในการคำนวณและรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร · องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) · พิมพ์ครั้งที่ 8 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 6 กรกฎาคม 2565 · 12, 17, 18, 19, 20, 31, 46, 81, 82, 83, 88
- 2.ISO 14064-1:2018 และ GHG Protocol Corporate Value Chain (Scope 3) Standard · International Organization for Standardization; World Resources Institute และ WBCSD · 2018; 2011
ที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบวิธีคุณภาพข้อมูลและความไม่แน่นอนในบัญชีก๊าซเรือนกระจก
ตัวเลขการปล่อยทุกตัวคือค่าประมาณ ข้อกำหนดของ อบก. นิยามความไม่แน่นอน บังคับให้ประเมิน อธิบายว่ามันเข้ามาทางชนิดข้อมูลและระดับการตรวจวัดอย่างไร ระบุมาตรการควบคุมที่ลดมันได้ และให้ตัวอย่างการให้คะแนน บทความนี้ไล่ตามเส้นนั้นตั้งแต่นิยามจนถึงรายงาน
ระเบียบวิธีการเลือกปีฐาน และเมื่อใดที่ต้องคำนวณปีฐานใหม่
ข้อกำหนดของ อบก. ว่าด้วยปีฐาน นิยามคืออะไร เงื่อนไข 4 ข้อในการกำหนด เหตุการณ์ 3 แบบที่บังคับให้คำนวณใหม่ กับ 2 แบบที่ไม่ต้อง เป้าหมายและรายงานต้องอ้างถึงปีฐานอย่างไร และกติกาค่าเฉลี่ยหลายปีสำหรับภาคเกษตร
ระเบียบวิธีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรคืออะไร ทำไมจึงสำคัญ
แนะนำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ตามข้อกำหนดของ อบก. ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ที่มาของแนวคิด หลักการ 5 ประการ วิธีกำหนดขอบเขต และสิ่งที่องค์กรได้รับเมื่อจัดทำอย่างถูกต้อง